ประวัติความเป็นมาของปลากัด
“ปลากัด”เป็นที่รู้จักกันดีของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน เนื่องจากว่าปลากัดมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นปลานักสู้ ทรหด อดทน ซึ่งเป็นเหตุให้คนนำมา “กัดแข่งขันกัน” กลายเป็นเกมกีฬาที่คนไทยนิยมเล่นกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะคนในท้องถิ่นชนบท ว่ากันว่าเมื่อเสร็จจากงานประจำคือ อาชีพการเกษตร ผู้คนในแต่ละชุมชนตามชนบทต่าง ๆ มักจะหอบหิ้วเอาปลากัดตัวเก่งของตัวเองออกมากัดแข่งขันกัน
ในปี พ.ศ.2383 พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ได้มอบปลากัดแก่นายแพทย์ Theodor Cantor แห่ง Bengel Medical Service ผู้ซึ่งได้วาดภาพและบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ไว้ ต่อมาในปี พ.ศ.2392 นาย นายแพทย์ Theodor Cantor ได้ตั้งชื่อปลาชนิดหนึ่งว่า Macropodus pugnax ,var. ซึ่งเกิดความผิดพลาดขึ้น เนื่องจากความสับสนระหว่างชนิดของปลาที่มีการค้นพบ จนกระทั้งปี พ.ศ.2452 C.Tate Regen ได้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง และได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่าBetta splendens ซึ่งคำว่า Betta มาจากคำว่า “Bettah” มาจากตำนานทางประวัติศาสตร์ หมายถึง ชนชาติของผู้ที่เป็นนักรบ ส่วนคำว่า Splendens มาจากคำว่า “Splen did” มีความหมายตรงกับคำว่า “Beautiful” ดังนั้นคำว่า “Betta Splens” จึงหมายถึง “นักรบผู้สง่างาม”
ปลากัดที่พบและสามารถรวบรวมข้อมูลได้ในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 40 สายพันธุ์ที่พบในประเทศไทย มีไม่น้อยกว่า 11 สายพันธุ์ ดังนี้ Betta abbreviata,Betta anabatoides,Betta belliea,Betta cocina,Betta imbellis,Betta macrophthalma,Betta Persephone,Betta pugnax,Betta smaragdina,Betta splendens, และ Betta tessyae เป็นต้น ซึ่งปลากัดที่เรามักพบเห็นและเรียกเป็นปกติว่า “ปลากัด” นั้น ไม่ว่าจะเป็นปลากัดหม้อ หรือปลากัดจีนจะหมายถึงปลากัดที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens และมีชื่อสามัญว่า Siamese Fighting Fish นั้นเอง

ลักษณะทั่วไปของปลากัด
ปลากัดเป็นปลาพื้นเมืองของประเทศไทย มีรูปร่างสวยงาม พบแพร่กระจายทั่วไปทุกภาคของประเทศ และสำหรับในต่างประเทศก็พบว่ามีปลากัดกระจายอยู่ทั่วไปเช่นกัน เช่น มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา และจีน เป็นต้น
ตามธรรมชาติปลากัดจะมีสีน้ำตาลขุ่น หรือสีเทาแถบเขียวมีลายตามลำตัว ครีบและหางสั้น มีนิสัยก้าวร้าว ตัวผู้ครีบและหางจะยาวกว่าตัวเมียเล็กน้อยและยังมีสีสันสวยงามมากกว่าตัวเมียอย่างเห็นได้ชัด ปลากัดจะอาศัยอยู่ตามบริเวณแหล่งน้ำที่ค่อนข้างใส น้ำนิ่งหรือไหลเอื่อย ๆ บริเวณผิวน้ำ เช่น ทะเลสาบ หนอง บึง แอ่งน้ำ ลำคลอง ที่มีพันธุ์ไม้น้ำขึ้นประปราย เป็นต้น ปลากัดมีลำตัวแบนข้าง ลำตัวยาว หัวเล็ก มีขนาดเฉลี่ย 5-6 เซนติเมตร ชอบกินอาหารจำพวกสัตว์ขนาดเล็กหรือตัวอ่อนของแมลง เช่น ลูกน้ำ,ไรแดง,ไรน้ำ,หนอนแดง,เป็นต้น แต่ถ้านำมาเลี้ยงก็สามารถฝึกให้กินอาหารสำเร็จรูปได้ ปลากัดจะมีฤดูการผสมพันธุ์ในช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน โดยปลาจะจับคู่กันเองตัวต่อตัว ตัวผู้จะสร้างรังโดยการพ่นฟองขึ้นมาตามผิวน้ำเรียกว่า “หวอด” ตัวเมียที่พร้อมจะวางไข่ก็จะเข้ามาวางไข่โดยตัวผู้จะเป็นตัวรัดตัวเมียให้ปล่อยไข่ออกมาพร้อม ๆ กับปล่อยน้ำเชื้อของตัวเองออกมา จากนั้นตัวผู้จะเก็บไข่มาไว้ในรังของตัวเอง “หวอด” และเฝ้าดูแลไข่จนกระทั้งไข่ฟักเป็นตัวออกมา
ปลากัดยังมีอวัยวะพิเศษอย่างหนึ่ง ที่ช่วยในการหายใจ นอกจากเหงือก อวัยวะนั้นมีชื่อว่า(Labyrinth organ) อยู่ในโพรงอากาศหลังช่องเหงือก ซึ่งทำให้ปลากัดสามารถอยู่ในน้ำที่มีอากาศน้อยได้เป็นอย่างดี